วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2553

พูดให้คิด

      1. "แม้ยกแผ่นดินทั้งหมดให้แก่คนอกตัญญู ก็ไม่สามารถทำให้เขารู้คุณได้"

      2. "คนพูดธรรมะ แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามธรรมะที่ตนพูด ย่อมไม่ได้รับผลแห่งธรรมะนั้น เหมือนคน
          รับจ้างเลี้ยงโค ย่อมไม่ได้รับผลแห่งเบญจโครส  ฉะนั้น"

      3. "ม้าอาชาไนยและพระยาช้างชาติกุญชร  ที่ฝึกดีแล้ว  เป็นสัตว์ประเสริฐ  แต่คนผู้ฝึกตนเอง
          ได้แล้วประเสริฐกว่านั้น"

      4. "เกิดเป็นคนควรอดทนและอดกลั้นต่อถ้อยคำล่วงเกิน  ให้เหมือนช้างที่อดทนต่อลูกศร  ที่
          ปล่อยออกจากแล่งในสงคราม"

      5. "ปัญญาชน ย่อมตั้งตนด้วยทุนทรัพย์แม้น้อย เหมือนคนก่อไฟกองน้อย ให้ลุกเป็นกองใหญ่"

      6. "ปกติจิตเป็นของละเอียด  ชอบเที่ยวไกล  ชอบไปดวงเดียวไม่มีสรีระ  มีถ้ำคือกายเป็นที่
          อาศัย  ชนใดสำรวมได้  จะพ้นจากเครื่องผูกมัดทั้งปวง"

      7. "ความชนะใดชนะแล้วกลับแพ้ได้  ความชนะนั้นถือเป็น  ความชนะธรรมดา  แต่ความชนะ
          ใดไม่กลับแพ้  ความชนะนั้น  ประเสริฐที่สุด"

      8. "ร่างกายกับฟองน้ำ  มีลักษณะเหมือนกัน  ต่างกันที่กาลเวลาเท่านั้น"

      9. "พูดดี  แต่ไม่ได้ทำดีเหมือนที่พูด  ย่อมไร้ผล  เหมือนดอกไม้สวยแต่ไร้กลิ่น"

      10. "กลิ่นหอมทุกชนิด  ทวนลมไม่ได้  แต่กลิ่นคือเกียรติยศชื่อเสียงของคน  ทวนลมได้"

      11. "คนโง่อยู่บัณฑิตตลอดชีวิต  หาได้รสธรรมจากบัณฑิตไม่  เหมือนทัพพีไม่รู้รสแกง"

      12. "วิญญูชน  เข้าใกล้บัณฑิตแม้ครู่เดียว  ย่อมได้รับรสธรรมฉับพลัน  เหมือนลิ้นที่รู้รสแกง"

      13. "คนพาลมีปัญญาทราม  ทำตนให้เป็นดั่งศัตรูของตนอยู่เสมอ  เที่ยวสร้างกรรมชั่วต่างๆ
            อันเป็นเหตุนำมาซึ่งความเดือดร้อน"

      14. "คนชั่วเห็นความชั่วเป็นดุจน้ำผึ้ง  ตราบใดที่ความชั่วยังไม่ให้ผล  เมื่อใดความชั่วให้ผล  
            เมื่อนั้น  คนชั่วย่อม  ประสพทุกข์"

      15. "ขึ้นชื่อว่า ศิลปะ บุคคลมีแม้เพียงอย่างเดียวก็เลี้ยงชีพได้"

      16. "ผู้มีความเชื่อมั่น  มีศีลธรรม  มีทรัพย์พร้อมด้วยยศฐาบรรดาศักดิ์  ไปที่ไหนๆ  ย่อมได้รับ
            การยกย่องนับถือในที่นั้นๆ"

      17. "จิต  ย่อมมองเห็นความดีความชั่วของตน  ดีกว่าที่คนอื่นเห็น"

      18. "คนใดมีปัญญา  เห็นผู้ว่ากล่าวตักเตือน  เป็นเหมือนผู้บอกขุมทรัพย์  พึงคบหาผู้นั้น
            เพราะมีแต่คุณไม่มีโทษ"

      19. "ชาวนา ไขน้ำเข้านา ช่างไม้ ย่อมไสไม้ ช่างศรย่อมดัดศร บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมฝึกตน"

      20. "บัณฑิตทั้งหลาย  ย่อมไม่เอนเอียงในเพราะนินทาสรรเสริญเหมือนภูเขาแท่งทึบ
            ไม่สะเทือนด้วยแรงลม"

      21. "ลาเป็นสัตว์ชั้นต่ำ ดื่มน้ำหางมีรสอันเลว ย่อมเมา ส่วนม้าอาชาไนย เป็นสัตว์ชั้นสูง ดื่มน้ำ
            รสเลิศหาเมาไม่ คนเราก็เหมือนกัน"

      22. "การแสดงอาการขึ้นลง เพราะสุขและทุกยของบัณฑิต ย่อมไม่มี"

      23. "สิ่งใด ไม่เป็นธรรม บัณฑิตย่อมไม่ปราถนาหาสิ่งนั้น"

      24. "ฝูงนกที่บินไปในอากาศ หารอยยากฉันใด จิตของคนที่ทิ้งร่างไป ก็หารอยยากฉันนั้น"

      25. "บุญบาป ความดี ความชั่ว สุข ทุกข์ ย่อมไม่มีแก่บุคคล ผู้มีจิตหลุดพ้นแล้ว"

      26. "การนอนตื่นสายหนึ่ง เกียจคร้านหนึ่ง เป็นคนมุทะลุหนึ่ง นอนขี้เซาหนึ่ง
            เดินทางคนเดียวหนึ่ง การเป็นชู้กับภรรยาของผู้อื่นหนึ่ง เป็นเหตุแห่งความเสื่อม"

      27. "ถ้าจำเป็นต้องทำความชั่ว  ก็จงอย่าทำความชั่วนั้นบ่อยๆ เพราะการสั่งสมความชั่ว
            เป็นเหตุให้เกิดทุกข์"

      28. "ถ้าเห็นว่า สิ่งใดดี ก็จงทำสั่งนั้นบ่อยๆ ทำใจให้พอใจในความดีนั้น เพราะการสั่งสมความ
            ดี ทำให้เกิดสุข"

      29. "คนชั่ว ย่อมเห็นกรรมชั่วว่าดี ตลอดเวลาที่ กรรมชั่วยังไม่ให้ผล เมื่อใดกรรมชั่วให้ผล
            ย่อมเห็นกรรมชั่วว่า เป็นความชั่ว"

      30. "ไม่ควรดูหมิ่นความชั่วว่าเป็นของเล็กน้อย เพราะทำบ่อยๆ ก็จะกลายเป็นบุคคลที่เต็มไป
            ด้วยบาป เหมือนหม้อน้ำ ยังเต็มด้วยน้ำที่ตกลงมาทีละหยด"


       โดย สุขพัฒน์  ทองเพ็ง
       ที่มา : 
    http://www.siamvision.com/th/

15 ข้อคิดดี ๆ

.....
1. คนเรามีความรู้สึกรัก ชอบ โกรธ เศร้า ไม่ต่างกัน
ขึ้นอยู่กับว่าเวลาไหนมันจะแสดงออกมามากน้อยเพียงใดเท่านั้น "
คนที่จะหัวเราะได้เสียงดัง ข้างในคงต้องขำบ้างพอสมควร คนที่น้ำตาจะไหลได้
ข้างในคงมีเรื่องปวดร้าว....ถ้าไม่นับการร้องไห้ที่มาจากความปิติ "

2.โลกสอนมนุษย์ว่าทุกสิ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง...แต่โลกก็กลับสอนให้มนุษย์ผูกพัน

3. คนที่ตลกหัวเราะสดใส ก็คือคนเดียวกับคนที่สามารถร้องไห้ฟูมฟายได้
เพียงแต่คุณจะได้เห็นหรือเปล่าเท่านั้น อาจจะเคยได้ยินว่า "
คนที่หัวเราะได้ดังที่สุด ก็คือคนที่สามารถร้องไห้ได้ดังที่สุดเช่นกัน"

4. เด็กๆ จะมองว่าผู้ใหญ่ซีเรียส ในขณะที่ผู้ใหญ่จะบอกว่า เด็กไร้สาระ
เพราะเด็กไม่เคยเป็นผู้ใหญ่มาก่อน วันหนึ่งเค้าคงจะรู้ว่า
ทำไมถึงต้องมีเรื่องซีเรียส
สำหรับผู้ใหญ่ซึ่งได้ผ่านวัยเด็กมาแล้วอาจจะลืมไปว่า ณ วันที่ผ่านมา"
สาระ"ในชีวิตของเ-า คืออะไร

5. ครอบครัวไทยมักจะเลี้ยงลูกผู้หญิงให้เป็นฝ่ายถูกเลือก
คอยสั่งสอนให้ทำตัวเรียบร้อย ไม่อย่างนั้นจะไม่มีใครเลือกไปเป็นคู่ครอง....
แต่ความจริงแล้วผู้ชายและผู้หญิง เราต่างเลือกซึ่งกันและกันมากกว่า

6. เพื่อนที่ดีที่สุด คือคนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกันโดยไม่พูดอะไรกันซักคำ
แต่สามารถเดินจากไป ด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด

7.ใครหลายคนไม่กล้าเข้าไปปลอบโยนให้คำปรึกษากับเพื่อนเพราะคิดว่าเราไม่รู้จะบอก
เคายังไง
เพราะเราเป็นแค่เพื่อน....แต่ความจริงแล้วคุณเป็นตั้งเพื่อนต่างหาก

8. ผู้ชายที่ร้องไห้ และยอมรับว่าตัวเองร้องไห้เขาคือสุภาพบุรุษที่สุด
อย่างน้อยการซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง... คือความกล้าหาญสุดยอด

9. ก่อนที่วันนี้ คุณจะทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ๆ
อย่าลืมสำรวจตัวเองก่อนว่า
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา... ทำใครหล่นหายไปจากชีวิตหรือเปล่า

10. เงินไม่ใช่พระเจ้า แต่ทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้น

11. มีสติ สตางค์อยู่ ก็ปลีกเวลาไปใช้เสียบ้าง
อีกหน่อยไม่มีสติแต่มีสตางค์...ก็สายไปเสียแล้ว

12. เวลาที่เรารักใคร เราจะรู้สึกตัวเล็กเ หลือเกิน...เวลาใครรักเรา
เราจะรู้สึกตัวใหญ่เหลือเกิน...แต่ถ้าเราเจอคนที่เรารักเขาและเขาก็รักเรา
เราจะผลัดกันตัวเล็กตัวใหญ่

13. วันที่คุณเข้มแข็งและแข็งแรงพอ
อย่าลืมเป็นผู้ฟังที่ดีให้กับคนที่มีปัญหาด้วย "เอาไหล่ให้เขาพิง
เอามือให้เขาจับ".....100 คำพูดดี ดี ไม่เท่ากับ 1 สัมผัสที่มีค่าหรอกนะ

14. คุณรู้ไหมว่า อายุคนเราเฉลี่ย 76 ปีนั่นคือแค่ 3,952
อาทิตย์เท่านั้นคุณหมดเวลาไปกับการนอนถึง 1317 อาทิตย์
ซึ่งเท่ากับว่าคุณเหลือเวลาที่ใช้ดำเนินชีวิตแค่ 2,635 อาทิตย์เท่านั้นเอง

15. ลองฉลองวันเกิดกับครอบครัวสักปี แล้วคุณจะได้รู้ว่า
เมื่อตอนที่คุณร้องไห้จ้าในวันเกิดวันแรก
คนในครอบครัวคุณมีความสุขกันขนาดไหน.......

อ่านครบ 15 ข้อแล้วลองทำดูนะ ให้ชีวิตอยู่อย่างรื่นๆ ชื่นฤทัย
สบายใจกันดีที่สุด



ที่มา : http://www.kroobannok.com

วันเสาร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ปิดทองหลังพระ


พระบรมราโชวาท ปิดทองหลังพระ


“…การทำงานด้วยน้ำใจรักต้องหวังผลงานนั้นเป็นสำคัญ แม้จะไม่มีใครรู้ใครเห็น
ก็ไม่น่าวิตก เพราะผลสำเร็จนั้นจะเป็นประจักพยานที่มั่นคง ที่พูดเช่นนี้ เหมือนกับ
สอนให้ปิดทองหลังพระ การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด
ว่าที่จริงแล้วคนโดยมากไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก เพราะนึกว่า
ไม่มีใครเห็น แต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองแต่ข้างหน้า ไม่มีใครปิดทองหลังพระเลย
พระจะเป็นพระที่งามบริบูรณ์ไม่ได้…”

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
ของจุฬาลงกรณ์ ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 25 กรกฎาคม 2506
ทรงเตือนสติทุกคนให้ทำงานด้วยความตั้งใจ ด้วยความรู้ ความสามารถ
และความสุจริต แม้งานที่ทำนั้นอาจไม่มีผู้ใดทราบ แต่เมื่อเป็นงานที่ก่อให้เกิด
ประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติแล้ว ควรที่จะทำแม้จะเป็นการทำในลักษณะ
ปิดทองหลังพระก็ตาม เพราะถ้าทุกคนคิดแต่จะปิดทองหน้าพระ ทำงานเอาหน้า
ทำอะไรต้องให้มีผู้รู้ผู้เห็นก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์
แก่ประเทศชาติได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน

นอกจากนี้แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราโชวาท
เป็นการเตือนสติข้าราชการทุกคน เนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน
1 เมษายน 2533 ให้ทำงานโดยคำนึงถึงผลงานที่ปฏิบัติ มากกว่าผลประโยชน์
อย่างอื่น เหมือนดังเช่นการปิดทองหลังพระ

“…ในการปฏิบัติราชการนั้น ขอให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ อย่านึกถึงบำเหน็จรางวัล
หรือผลประโยชน์ให้มาก ขอให้ถือว่าการทำหน้าที่ได้สมบูรณ์เป็นทั้งรางวัลและ
ประโยชน์อย่างประเสริฐ จะทำให้บ้านเมืองของเราอยู่เย็นเป็นสุขและมั่นคง…”


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทาน
ปริญญาบัตรของ วิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา วันที่ 8 กรกฎาคม 2530
เกี่ยวกับการทำงานว่า เมื่อมีโอกาสและมีงานทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำต้อง
ตั้งข้อแม้หรือเงื่อนไขอันใดไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง.


โอภาส เสวิกุล…..เรียบเรียง
16 กพ. 44